วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เซรั่มรกหมูเข้มข้น 2 เท่า Fracora White'st Placenta Extract Enrich

ถ้าพูดถึเซรั่มที่ฮอตฮิตอีกตัวหนึ่งของเมืองไทยในปีที่ผ่านมาก็คงจะหนีไม่พ้นแบรนด์ Fracora
ตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและเป็นนางเอกของแบรนด์นั้นก็คือ Placenta Extract
  
Cr.Fracora Thailand 

 เป็นเซรั่มที่ต้องบอกว่าขายดีถล่มทลาย และโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ที่ทำให้หลายคนตามกว้านซื้อตุนกันเกลี้ยง มาในปีนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนแพคเกจจิ้งใหม่ในชื่อ White'st Placenta Extract ที่นัตตี้ใช้หมดไปแล้ว 1 ขวด
  
สารสกัดที่ได้จากรกหมูนั้นอุดมไปด้วยกรดอะมิโน วิตามิน กรดไขมัน และแร่ธาตุในปริมาณมาก
ที่จะช่วยในเรื่องการสมานผิว เติมความชุ่มชืน ลดระคายเคือง และลดเลือนริวรอย ทั้งยังมีคุณสมบัติในการเป็นเป็นไวท์เทนนิ่งได้อีกด้วย ซึ่งเป็นที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่น ในญี่ปุ่นรกถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาที่มาจากธรรมชาติ
มีคุณสมบัติทางยาแต่ไม่ใช่ยา ง่ายๆคือจัดอยู่ในประเภทอาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง 

Fracora เป็นเซรั่มบริสุทธิ์ที่สกัดจากพลาเซนต้าหรือรกหมูแท้ 100% ที่เลี้ยงในฟาร์มเปิดที่ปลอดเชื้อและมีคุณภาพดี ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน SPF หรือ Specic Pathogen Free ของประเทศญี่ปุ่น การแปรรูปและการผลิตทั้งหมดทำในประเทศญี่ปุ่น โดยโรงงานที่มีมาตรฐาน GMP โดยใช้กรรมวิธีผลิตพิเศษ ทำให้ไม่มีกลิ่นรบกวนจากกลิ่นเฉพาะตัว และยังปราศจากสี พาราฟีน สารลดแรงตึงผิว และน้ำมันแร่อีกด้วย จึงมีความอ่อนโยนและปลอดภัย ได้รับรางวัลอันดับ 2 ในประเภทเซรั่มจากเว็บไซต์อับดับ 1 ของญี่ปุ่นอย่าง Cosme ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2012 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2013 ที่ผ่านมา และเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์และอาหารเสริมจากพลาเซนตาและคอลลาเจนอันดับ 1 ในญี่ปุ่น

เกริ่นมาซะยาวเลย สำหรับตัวหลักที่นัตตี้จะพูดถึงในบล็อกนี้นั้นก็คือ
Fracora White'st Placenta Extract Enrich

 เป็นสูตรใหม่ที่เข้มข้นมากกว่าสูตรเดิมถึง 2 เท่า แต่ส่วนผสมนั้นยังเหมือนเดิม
นั้นก็คือน้ำ ไกลคอล พลาเซนต้าและสารกันเสีย
 
 อาวแล้วถามว่ามันเข้มข้นกว่ายังไงหล่ะ? พอดีนัตตี้ได้ไปร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวนี้มา
เขาก็ได้มีการทดสอบเทียบกับแบรนด์อื่นๆที่มีส่วนผสมของพลาเซนต้าในญี่ปุ่น(โดยไม่บอกว่าแบรนด์อะไร) เทียบให้เห็นถึงความเข้มข้นโดยจะแสดงผลออกมาในด้านของสี ซึ่งวันนั้นเท่าที่ได้เห็นของฟราโคร่านั้นก็เข้มข้นที่สุด และเมื่อเทียบกันระหว่างสูตรเก่ากับสูตรใหม่นั้นก็จะเห็นถึงความต่างอย่างชัดเจน
Cr. จาก Facebook คุณฟ้า Fah Jilamiga Chalermsuk

 หน้าตาขวดนั้นก็ยังคงเหมือนเดิมคือสีชา เป็นหัวบีบแบบดรอปเปอร์ แพคเกจใหม่และสูตรใหม่นั้นที่หลอดจะมีเส้นบอกปริมาณในการใช้ในแต่ละครั้งด้วย ปริมาณในการใช้ในแต่ละครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 10 หยด
  
เนื้อเซรั่มนั้นก็คือจะเหมือนเดิมเลย คือเหลวใสไม่ต่างจากน้ำ
แต่สูตรใหม่จะแอบมีกลิ่นขึ้นมานิดนึง เมื่อเทียบกับสูตรเดิมที่ไม่มีกลิ่นเลย
 
สำหรับขั้นตอนในการลงนั้นคือลงเป็นตัวแรกสุดหลังล้างหน้า แต่ถ้าวันไหนใช้โทนเนอร์ นัตตี้จะเช็ดตัวโทนเนอร์ก่อนแล้วลงตัวนี้ ลงโดยใช้วิธีการค่อยๆประคบลงไปที่ผิวเหมือนเวลาเราใช้น้ำตบต่างๆ ประคบจนซึมลงผิวจนหมดแล้วตามด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆ หลังลงเสร็จแล้วจะรู้สึกหนึบๆที่ผิวเล็กน้อยให้ความรู้สึกว่านี่ไม่ใช่น้ำเปล่านะจ๊ะ ฮ่าๆ
 
จากการทดลองใช้มาแล้วก็เห็นผลได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ใช้ คือผิวดูสุขภาพดี กระจ่างใสขึ้น ชุ่มชื้นกว่าสูตรเดิม ในเรื่องของลดเลือนริ้วรอยอาจจะยังไม่ชัดเจน แต่ทั้งนี้นัตตี้ก็ใช้ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งร่วมด้วยเพื่อเสริมฤทธิ์กัน
สรุปโดยรวมแล้วเป็นเซรั่มที่สามารถเสริมการบำรุงผิวจากเดิม หรือเพิ่มประสิทธิภาพของไวเทนนิ่ง
เนื้อบางเบาเหมาะกับทุกสภาพผิว อ่อนโยน ปราศจากสีและน้ำหอม
ใครที่ติดใจสูตรเดิมเหมือนนัตตี้แล้วก็อยากให้ลองสูตรใหม่ดู

 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ตามสภาพผิวของแต่ละคนด้วย ถามว่าจะแพ้ หรือใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?
อันนี้นัตตี้เองก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะการแพ้และอุดตันของผิวนั้นเกิดได้หลายปัจจัยในแต่ละคน
เพราะฉะนั้นก่อนซื้อแนะนำว่าควรทดสอบและทดลองผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ทุกครั้ง

สำหรับข้อเสียของนัตตี้คงเป็นเรื่องขวดแก้วที่ต้องระวังแตก
และเวลาใช้ต้องเปิดปิดให้ดี นัตตี้เคยเผลอเกือบทำหกมาแล้ว(ถ้าหกนี่ร้องไห้แน่ๆ)

1 ขวด 30 ml. ราคา 1,890บาท แพงกว่าสูตรเดิม 500บาท
ใช้เช้า-เย็นตกขวดละ 1 เดือนได้ แอบเปลือง แต่ใช้แล้วก็ติดใจ ฮ่าๆ
มีจำหน่ายแล้วที่เคาน์เตอร์ Jill Mika และร้าน Watsons
หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fracora Thailand
 
รีวิวทั้งหมดเป็นความคิดเห็นโดยส่วนตัวของนัตตี้เท่านั้น ผลการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน Non-Sponsored Content ผลิตภัณฑ์ได้มาจากงานเปิดตัวของทางแบรนด์

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

รีวิวมาส์คทองยกหน้าตึง Lansley Royal Gold Caviar Premium Firming Mask จาก Beauty Buffet

ถ้าพูดถึงแบรนด์เครื่องสำอาง แบรนด์ไทยที่ทุกคนรู้จักกันดี นั้นก็คือ Beauty Buffet
บิวตี้บุฟเฟ่เป็นแบรนด์คนไทยที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ในราคาหลักสิบถึงหลักร้อย

บล็อกนี้นัตตี้จะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับอีกหนึ่งไลน์ในเครือของบิวตี้บุฟเฟ่นั้นก็คือ "Lansley"
แลนซ์เลย์เป็น Face & Body care ไลน์พรีเมี่ยมของบิวตี้บุฟเฟ่ ที่เน้นการดูแลเฉพาะจุด เสริมจุดเด่นและลดจุดด้อยอย่างสมบูรณ์แบบ ผลิตภัณฑ์ใหม่ในไลน์นี้ได้แก่ Royal Gold Caviar

  
รอยัลโกลด์คาเวียร์ เป็นไลน์ Anti-Aging เน้นในส่วนของการยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอย ด้วยคุณค่าจากทองคำบริสุทธิ์และไข่ปลาคาเวียร์ มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 3 ตัวได้แก่ Serum, Day & Night Cream และ Neck Cream และล่าสุดนี้ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้แก่ Premium Firming Mask #มาส์คทองยกหน้าตึง

  
 บอกเลยว่านัตตี้อ่านข้างกล่องคำอธิบายเป็นภาษาไทยแล้วดูงงๆ คำบางคำดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่
เอาเป็นว่านัตตี้ขอยึดคำเคลมภาษาอังกฤษเป็นหลักแล้วกันค่ะ

คร่าวๆเลยคือตัวนี้เป็นมาส์คพอกหน้าบำรุงผิว ด้วยส่วนผสมสำคัญอย่าง Gold Leaf, Alpine Rose
และ Collagen ช่วยเติมความชุ่มชื้น กระตุ้นการไหลเวียน ทำให้ผิวเรียบเนียน
และในระยะยาวจะช่วยพื้นฟูผิวที่ถูกทำลาย ดูแลริ้วรอยและร่องลึกต่างๆ ปรับโทนสีผิวและเพิ่มความกระชับ
ขนาด 50กรัม ราคา 590บาท

  
 เปิดกล่องมาด้านในจะเจอไม้พายไว้สำหรับตัก

  
ตัวกระปุกเป็นสีทอง ดูหรูหรามากกกกกกกก มีความเป็นจอมนางแห่งวังหลวงสุดๆ แต่แอบหนักไม่เบา

  
เนื้อครีมเป็นสีเหลืองทองอร่าม มีประกายสีทองละเอียดๆอยู่ในเนื้อ

  
พอทาเนื้อครีมลงบนผิวแล้ว เนื้อครีมเข้มข้นแต่ไม่หนา ทาแล้วเนียนไปกับผิว มีกลิ่นหอม
(นัตตี้ล้างหน้าด้วยโฟมแล้วไม่ได้ลงผลิตภัณฑ์ใดๆ)

  
 เกลี่ยเนื้อครีมให้ทั่วใบหน้าแล้ว หน้าเราก็จะกลายเป็นหน้ากากทอง เหลืองอร่าม เงาวิบวับสุดๆ ฮ่าๆ

  
ทิ้งไว้ 15-20 นาทีให้มาส์คได้ทำงานแล้วล้างออก
(ฉลากภาษาไทยบอกว่าล้างด้วยโฟม แต่นัตตี้ว่าล้างด้วยน้ำเปล่าก็เพียงพอแล้ว)

  
หลังการทดลองใช้มา 2สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่ได้ ผิวจะรู้สึกชุ่มชื้น ดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น
ถามว่าเห็นผลในเรื่องของการยกกระชับเลยมั้ย ก็ไม่ได้เห็นผลนะ!

นัตตี้มองว่าเป็นในเรื่องของส่วนผสมที่ช่วยในการลดเรือนริ้วรอยและยกกระชับนั้นอาจจะต้องใช้เวลา
ถ้าจะให้เห็นผลทันทีหลังใช้เลยนั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าใช้ในระยะยาวอาจจะพอหวังผลได้
แต่อาจจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆในกลุ่มร่วมด้วย ถือว่าเป็นไปตามคำเคลมข้างกล่อง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ตามสภาพผิวของแต่ละคนด้วย ถามว่าจะแพ้ หรือใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?
อันนี้นัตตี้เองก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะการแพ้และอุดตันของผิวนั้นเกิดได้หลายปัจจัยในแต่ละคน
เพราะฉะนั้นก่อนซื้อแนะนำว่าควรทดสอบและทดลองผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ทุกครั้ง

  
รีวิวทั้งหมดเป็นความคิดเห็นโดยส่วนตัวของนัตตี้เท่านั้น
ผลการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน 
Non-Sponsored Content
ทาง Beauty Buffet ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองใช้

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

5ชิ้นเด็ด! เครื่องสำอางกันน้ำสำหรับสงกรานต์

บล๊อกนี้ขอเก็บควันหลงวันสงกรานต์ปี 2559 ที่ผ่านกันสักหน่อย
กับ 5ชิ้นเด็ดเครื่องสำอางที่กันน้ำและทนจริงอะไรจริงสำหรับสงกรานต์ที่ผ่านมา

  
1. La Roche-Posay Anthelios XL Dry Touch Gel-Cream ครีมกันแดดแบรนด์นี้ไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะโด่งดังอยู่แล้ว สารกันแดดครบและเสถียร ค่า spf สูงเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งแถมยังกันน้ำอีกด้วย นัตตี้ใช้สูตรเนื้อเจลเพราะเบาสบายผิว แต่เนื้ออาจจะเหนียวและเกลี่ยยากไปสำหรับบางคน เพราะฉะนั้นเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวได้เลยเพราะมีหลายเนื้อให้เลือก ราคา 1,150บาท

2. Estee Lauder Double Wear Stay-in-Place Makeup รองพื้นอันโด่งดังในเรื่องของการปกปิดและติดทนจริง นัตตี้ใช้ทุกสงกรานต์เลยหายห่วงหน้าเป๊ะทั้งวัน เต็มที่หลุดก็ประมาณ 10-15% ราคา 1,750บาท

3. Ter Masterpiece 3D Eyebrow Tattoo Waterproof เขียนคิ้วสูตรน้ำ ตัวนี้ปรับสูตรแล้วยังดีเหมือนเดิม เขียนง่ายขึ้นเพราะไม่แห้งไวเหมือนเดิมแล้ว มีเวลาบรรจงเขียนขึ้นอีกเยอะ เรื่องความติดทนนั้นหายห่วง คิ้วเป๊ะตลอดโดนฉีดน้ำขนาดไหนก็ไม่สะเทือนรับรอง ราคา 179บาท

4. Avance Brow Protect N น้ำยาเคลือบคิ้วที่ไม่ว่าคุณจะเขียนคิ้วด้วยผลิตภัณฑ์แบบไหนก็ตามแต่ แค่ทาน้ำยาตัวนี้ทับลงไป คิ้วของคุณจะอยู่ทนนาน กันน้ำและกันเหงื่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ แถมใช้งานง่ายดีด้วย ราคา 790บาท

5. Jordana Sweet Cream Matte Liquid Lip Color ลิควิดลิปสติกเนื้อแมท สีชัดและเบาสบายปากใช้ได้ และที่สำคัญทนมาก ทนขนาดโดนปืนฉีดน้ำอัดปากก็ยังอยู่ดี ฮ่าๆ ทั้งวันหลุดเต็มที่ก็ 20% มีสีให้เลือกหลายสี ตอนนี้อยากได้สีอื่นเพิ่มแต่ไปดูมาก่อนสงกรานต์หมดเกลี้ยงเลย ราคาเต็ม 495 แต่ลดเหลือ 395บาทเอง


ลุคเล่นน้ำทั้งหมด 3 วัน

 
  

กลับถึงบ้านแล้วแต่หน้ายังคงเป๊ะอยู่

  

หวังว่าคงจะถูกใจสำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องสำอางกันน้ำอยู่ ยังไงก็ใช้แล้วเป็นอย่างไรอย่าลืมมาบอกนัตตี้กันบ้างนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อ่านบล็อกนี้ค่ะ

Disclaimer : Non-sponsored Content ผลิตภัณฑ์บางชิ้นทางแบรนด์ส่งมาให้ทดลองใช้

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Review : แป้งเจ้านาง แป้งพัฟแบรนด์ไทยน้องใหม่

สวัสดีค่ะ!!! เพื่อนๆทุกคน
ในบล็อกนี้นัตตี้จะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับแบรนด์ไทยน้องใหม่
ที่เจ้าของแบรนด์มีความตั้งใจอยากให้ผู้หญิงทุกคนสวยพร้อม...ภายใต้การดูแลและควบคุมโดยนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ทำให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของเครื่องสำอาง พร้อมกับราคาที่สบายกระเป๋า

นั้นก็คือ “แบรนด์เจ้านางไทยแลนด์” ค่ะ
สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวแรกของแบรนด์เจ้านางไทยแลนด์ ที่นัตตี้จะมาแนะนำกันก็คือ

Chao Nang Perfect bright UV 2 way powder foundation SPF 20 PA+++
  
เป็นแป้งผสมรองพื้นสูตรพิเศษ ที่เน้นการปกปิด เกลี่ยง่าย กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนนานและไม่เป็นคราบ
สีแป้งไม่เปลี่ยนหรือหมองคล้ำระหว่างวัน ด้วยส่วนผสมที่จะช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า
พร้อมเทคโนโลยี Soft Focus ซึ่งจะช่วยอำพรางริ้วรอยและจุดบกพร่องต่างๆบนใบหน้า
พร้อมบำรุงด้วยสารสกัดจากน้ำมันตับปลาฉลามและยังปกป้องผิวของคุณจากแสงแดดด้วย SPF20 PA+++

99.98% ของผู้ทดลองใช้ ใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้
เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
วิจัยและพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง
ขนาด 10กรัม
ราคา 399บาท โปรโมชั่น 300บาท
 

5 สารสกัดเด่นในแป้งพัฟเจ้านาง ประกอบไปด้วย
1. Squalane ซึ่งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เป็นน้ำมันตับปลาฉลาม โดยมีองค์ประกอบ คล้ายคลึงกับน้ำมันในผิวของมนุษย์มากที่สุด สามารถช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำของผิว ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นไม่อุดตันผิว ทาแล้วไม่มัน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว รวมทั้งผิวมันและผิวแพ้ง่าย
2. Mica นำเข้าจาก Merck เยอรมัน ช่วยปกปิดจุดบกพร่อง และทำให้แป้งมีคุณสมบัติติดทนนาน
3. Titanium Dioxide ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB อันเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร
4. Allantoin ช่วยลดการอักเสบของผิวเมื่อถูกรังสี UV และช่วยซ่อมแซมผิวหนังที่แพ้ง่าย
5. Additives ที่มีการใช้คู่กับ Titanium dioxide และ Mica จะให้สีขาวและเหลือบมุก ที่จะเคลือบผิวทำให้ดูเหมือนผิวสว่างขึ้นและดูดีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทา


ตลับแป้งขนาดเหมาะมือ สีขาวพร้อมโลโก้เจ้านางสีทอง 
 
 

เปิดมาด้านในตลับจะมีกระจก, แผ่นพลาสติกกันเนื้อแป้ง และพัฟ 1อัน
 

เนื้อแป้ง...ลายปั๊มโลโก้เจ้านาง
  

สีแป้ง มีทั้งหมด 2 เบอร์ เบอร์ 1 สำหรับผิวขาว
และเบอร์ 2 สำหรับผิวสองสี
  

เบอร์ 1 ออกโทนชมพู เหมาะสำหรับผิวขาวหรือต้องการให้ผิวหน้าขาวใส
เบอร์ 2 ออกโทนเหลือง เหมาะสำหรับผิวปานกลางถึงค่อนข้างเข้ม
  

ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นชิมเมอร์เล็กๆ ละเอียดๆ ผสมอยู่ในเนื้อแป้ง
  

ต่อไป โชว์สดค่ะ สดจริงๆ อะไรจริง สภาพหน้าสดของนัตตี้
ซึ่งสภาพผิวของนัตตี้จะเป็นผิวผสมค่อนมัน ผิวขาดน้ำบ้างบางช่วง
มีรูขูมขนกว้าง และสีผิวกลางค่อนไปทางเข้มคะ
  

เริ่มแรกนัตตี้จะลงแป้งด้วยพัฟแบบแห้งปกติธรรมดาก่อนนะคะ
โดยการใช้พัฟค่อยๆ กดๆลงไปให้ทั่ว (วิธีเกลี่ยแบบเร็วๆจะเป็นคราบได้)
  

ลงแป้งแบบแห้งจะปกปิดได้ระดับปานกลางตามสไตล์แป้งผสมรองพื้น ผิวจะดูเป็นแป้งๆนิดนึง
  

อีกข้างนัตตี้จะลงแบบเปียก โดยเอาพัฟนั้นไปชุบน้ำแล้วบิดออกให้หมาด
  

จากรูปจะเห็นได้ชัดเลยว่า การลงแบบเปียก จะทำให้ผิวดูเนียนกว่า
 และไม่ดูเป็นแป้งเหมือนการลงแบบแห้งค่ะ
 

หลังจากที่ไปแต่งหน้าส่วนอื่นๆ รวมเวลาเกือบชั่วโมง พอน้ำมันบนผิวเริ่มจับตัวกับแป้ง
จะเห็นได้ว่าสีแป้งจะเนียนกลืนเข้ากับผิวไปแล้ว และข้างที่ลงแบบเปียกจะดูเนียนกว่าข้างที่ลงแบบแห้งนิดนึง  

เมื่อซูมดูกันใกล้ๆ จะเห็นว่าส่วนของรูขุมขนที่กว้างบริเวณหน้าแก้ม อาจจะปกปิดได้ไม่หมด
แต่ส่วนอื่นๆโดยรวมแล้วโอเคมากๆค่ะ
  

คราวนี้เรามาทดสอบประสิทธิภาพของความติดทนและการกันน้ำของแป้งเจ้านางกันดูหน่อยดีกว่าคะ
ง่ายๆ สไตล์เรา แต่แอบฮาร์ดคอนิดนึง คือ การเปิดฝักบัวใส่หน้าไปเลยคะ ประหนึ่งกำลังเล่นสงกรานต์
และสภาพหน้าที่ได้คือ แท่น แทน แท๊นนนนน
(ก่อนหน้านี้คือการทาแป้งออกไปข้างนอกมาร่วม 4ชั่วโมง)
  

ซับน้ำออกด้วยกระดาษทิชชู่ จะเห็นว่าแป้งหลุดติดออกมาน้อยมาก  

หน้ายังคงเด้งเหมือนเดิม
  

แหมรอบเดียว ยังไม่ค่อยสาแก่ใจ ขอลองอีกรอบก็แล้วกันนะคะ
  
 

ผลที่ได้ คือ หน้ายังคงเด้งและแป้งติดทนดีงามอยู่ (ปรบมือรัวๆ)
  

ซูมกันใกล้ๆ อีกซักรูป
  

สรุปความเห็นทั้งหมดของนัตตี้
สำหรับ Chao Nang Perfect bright UV 2 way powder foundation SPF 20 PA+++ 
  • ปกปิดระดับปานกลางตามสไตล์แป้งผสมรองพื้นจะให้เนียนเท่ารองพื้นแบบลิควิดที่ปกปิดดีเลยคงทำไม่ได้ 
  •  การลงแบบเปียกจะดูเนียนกว่าการใช้แบบแห้ง กันน้ำได้จริง ติดทนดี สีแป้งไม่เปลี่ยนระหว่างวันและควบคุมความมันได้ แม้ระหว่างวันจะมีการซับหน้าบ้าง แต่พอซับแล้วก็โอเคเหมือนเดิม จะมีแค่บริเวณหน้าผาก ที่เป็นคราบบ้างเล็กน้อย(บริเวณอื่นไม่เป็น) แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่านัตตี้ใช้อะไรบริเวณหน้าผากจะเป็นคราบหมด 
  •  สำหรับข้อเสียนั้น คงไม่พ้นเรื่องของเฉดสีที่มีอยู่เพียงแค่ 2 เฉด ถ้าจะให้ดีควรเพิ่มเฉดสีที่เข้มขึ้นกว่านี้อีกสักเบอร์ เพื่อเป็นทางเลือกให้สาวๆที่ผิวเข้มได้มีทางเลือกมากขึ้นคะ 

Information
 Email : Chaonangthailand@gmail.com 
Line : Notto40140 
Tel : 0800085682 (คุณจัง) , 0910567616 (คุณทิว) 
เลขที่จดแจ้ง 10-1-5880046

  

อย่าลืมทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง 
รีวิวทั้งหมดเป็นความเห็นโดยส่วนตัวของนัตตี้เท่านั้น 
ผลการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสีผิวของแต่ละคนด้วยนะคะ
 Sponsored Content by Chaonang Thailand

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Kociety CC & DD Cream ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใสในราคาแค่ 35 บาท

สวัสดีคะเพื่อนๆทุกคน …ในบล็อกนี้นัตตี้จะพูดถึงผลิตภัณฑ์เมคอัพอีกหนึ่งตัวที่ราคาถูกและดี…เพียงแค่ 35บาทเท่านั้น!!! แถมยังหาซื้อได้ง่ายในร้าน  7-eleven อีกด้วย…..แท่นแท๊นนนน นั้นก็ คือ Kociety CC & DD Cream คะ


นัตตี้เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภท BB หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆว่า  Blemish Balm แต่สำหรับ CC และ DD นั้นยังเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ สำหรับเมืองไทยคะ

ตัว CC ย่อมาจากคำว่า  Color Control และส่วนตัว DD นั้นก็มาย่อมาจากคำว่า Dynamic Do-All

CC & DD Cream จาก Kociety นั้น….เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากแนวคิดใหม่ของตลาดในปัจจุบัน โดยตัวผลิตภัณฑ์นั้นจะมีคุณสมบัติแบบ Multi-functioning ที่พัฒนามาจาก BB cream แบบเดิมนั่นเองคะ

ประกอบไปด้วยส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมารวมกันถึง 6 ชนิดได้แก่
1.สารสกัดจากเมือกหอยทาก จากเกาหลี (Snail Secretion Extract)
2.สารสกัดจากมะหาด จากไทย (Lakoocha Extract)
3.กลูต้าไธโอน (Glutathione)
4.คอลลาเจน (Collagen)
5.สารป้องกันแสงแดด (Broad Spectrum UV Filter)
6.มิเนลรัล พิกเม้นท์ (High Purity of Mineral Pigments)


และตอบโจทย์ความต้องการของผิวเราได้ถึง 7 ประการ ด้วยกัน เริ่มตั้งแต่

  • ปกปิดสีผิวที่ไม่เรียบเนียน
  • ป้องกันแสงแดดทั้ง UVA และ UVB ด้วยประสิทธิภาพ SPF 50 , PA+++
  • บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น 
  • ขาวกระจ่างใส
  • ลดเลือนริ้วรอย
  • กระชับรูขุมขน
  • และควบคุมความมัน


ไปดูต่อกันที่ “ส่วนประกอบ (ingredient list)” ของผลิตภัณฑ์ ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ได้เลย

Deionized water,Titanium dioxide,Ethylhexyl methoxy cinnamate,Cyclomethicone/dimethicone crosspolymer,Butylene glycol,Ethylhexyl sterate,Cyclomethicone,Diethylhexyl carbonate,Cetyl peg/ppg-10/1 dimethicone,Methyl methacrylate crosspolymer,C20-C24 alkyl dimethicone,Silica,Snail secretion filtrate,Artocarpus lakoocha wood extract,Collagen,Glutathione,Hamamelis virginiana leaf water,Polyglyceryl-4-isostearate,Hexyl laurate,Sodium chloride,Phenoxyethanol,Triethoxy caprylyl silane,Lauoryl lysine,CI77492,CI77491, CI77499



ในส่วนแพ็คเกจนั้น ผลิตภัณฑ์ถูกบรรจุมาในซองสีแดงสวยสด .... และมีรูปเด็กผู้หญิงยิ้มหวาน กับน้องหอยทากที่มาช่วยอัพความคิ้วท์ของแพ็คเกจขึ้นไปอีก

ส่วนด้านข้างมีจุก….สำหรับเปิดปิด โดยเมื่อใช้ครั้งแรกจะต้องบิดเกลียวจุกออกก่อน จากนั้นกลับอีกด้านเพื่อปิดจุกไม่ให้ตัวครีมไหลออกมาและเก็บไว้ใช้ได้อีกใน ครั้งต่อไป  โดยเมื่อเปิดใช้แล้วสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานถึง 12เดือนกันเลยทีเดียว



มาพูดถึง.....เนื้อของผลิตภัณฑ์กันต่อนะคะ เป็นเนื้อครีมสีอ่อนๆ สีโทนเหลืองผสมชมพู มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และเกลี่ยง่ายมากคะ


นัตตี้ลงผลิตภัณฑ์ช่วงครึ่งหน้าให้ดูก่อนนะคะ เพื่อจะเทียบให้เห็นว่า….ด้านที่ลง Kociety CC & DD Cream กับด้านที่ไม่ได้ลง มีความแตกต่างกันอย่างไร 


 ด้านที่ลงผลิตภัณฑ์ไปแล้ว…… ผิวจะดูสว่างขึ้นกว่าผิวเดิมค่อนข้างชัดเจน

 หลังจากนั้นมาลงผลิตภัณฑ์อีกด้านที่เหลือให้เต็มหน้ากันดีกว่าคะ…. จะเห็นว่าผิวดูสว่างและกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงสามารถปกปิดริ้วรอย, จุดด่างดำ และช่วยปรับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอให้ได้ในระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องกระชับรูขุมขนนั้นยังช่วยไม่ได้เยอะเท่าที่คิดไว้คะ อาจจะเพราะโดยพื้นผิวเดิมของนัตตี้จะเป็นคนที่มีรูขุมขนกว้างอยู่แล้วคะ



เอาล่ะ….หลังจากนั้นก็ทาทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้เนื้อครีมเซ็ทตัวก่อน (อย่าลืมทาคอด้วยนะจ๊ะ) และลงแป้งทับต่อได้เลยคะ นัตตี้เลือกใช้เป็นแป้งผสมรองพื้น และไม่มีรอยคราบใดๆ เกิดขึ้นเลยคะ



หลังจากที่แต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง จะเห็นว่าหน้าก็ดูกระจ่างใสขึ้นคะ และที่สำคัญหน้าไม่ขาวลอยด้วยคะ  ตอนแรกก็แอบกลัวว่าผิวจะดูขาวกว่าสีผิวของนัตตี้ไปมาก แต่หลังจากที่ทิ้งให้เนื้อครีมเซ็ทตัวเข้ากับผิวแล้ว…ไม่ขาวลอยเลยคะ ตามรูปส่วนเรื่องการควบคุมความมันนั้น….สามารถคุมมันได้ในระดับหนึ่งคะ



สรุปส่งท้าย
สำหรับนัตตี้แล้ว Kociety CC & DD Cream นั้น…ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเบสเมคอัพที่ช่วยปรับสีผิว ทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น ปกปิดริ้วรอยได้ในระดับหนึ่ง ควบคุมความมันได้บ้าง และสามารถลงแป้งทับได้โดยไม่เป็นคราบ มีสารบำรุงผิวและสารกันแดดครบ  เนื้อครีมเกลี่ยง่าย แห้งสบายผิว ไม่รู้สึกหนักหน้า ตอบโจทย์ในวันที่เร่งรีบ และไม่มีเวลาลงผลิตภัณฑ์อะไรหลายอย่างๆ ได้เป็นอย่างดี หรือจะใช้ในวันหยุดพักผ่อนที่เน้นเมคอัพบางเบา ก็เหมาะเช่นกันคะ แต่แนะนำว่าถ้าต้องออกแดดจัดก็ควรที่จะทาครีมกันแดดร่วมไปด้วยดีกว่าคะ

Kociety CC & DD Cream  ราคา 35 บาท ขนาด 10กรัม  มีวางจาหน่ายแล้วในร้าน 7-eleven, Tesco Lotus , Tops Supermarket , ร้าน Eve and boy, ร้าน Beauty Market , ร้าน Star dust และร้านค้าตัวแทนจาหน่ายทั่วประเทศ หรือ Facebook Page https://www.facebook.com/kociety


อย่าลืมทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง
รีวิวทั้งหมดเป็นความเห็นโดยส่วนตัวของนัตตี้เท่านั้น
ผลการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสีผิวของแต่ละคนด้วยนะคะ
Sponsor Product : Kociety